Travel's profileT r a v e l A u s t r a...PhotosBlogListsMore Tools Help
Loading...

E-Coupons

ขอเชิญเพื่อนๆ​มาร่วมเดินทางไปกับใจนะคะ Smile จะพาไปให้ได้ทุกที่ที่สามารถเลยค่ะ Winkเอาให้ทั่วทั้งสามเมืองนี้เลย แถมมีของมาแจกกันทุกวันอีกด้วย อย่าลืมมาติดตามกันนะคะ Red rose

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
awrote:
บังเอิญผ่านมา
Jan. 11
Mui Chareewrote:
พึ่งได้เค้ามาอ่าน Blog ของใจ น่ารักมากคะ จริง ๆ แล้วมุ่ยก็ไปออสเตรเลียช่วงนั้นเหมือนกันคะ เป็นครั้งแรกเหมือนกัน มุ่ยไปถึงที่ Melbourne วันที่ 15 มีนาคม 2551 นี้เองคะ แล้วก็เที่ยวที่นั้นถึงวันที่ 23 Smile มีความสุขมากคะ พอได้อ่านบทความของใจแล้วก็ทำให้หวนคิดถึงบรรยากาศที่โน่นจริง ๆ

นี่รูปที่มุ่ยถ่ายไว้เป็นความทรงจำคะ
http://muigraduation.spaces.live.com/photos/
May 28
No namewrote:
ภาพสวยมาก สวยจริงๆ น่าอิจฉาจังเลย อยากไปบ้างจัง
May 6
น่าสนุกจังเรย
 
เหมือนเราได้ไปด้วยเลยอ่ะ ตอนดูคลิป
 
งิงิ  ขอบคุณค่ะที่แบ่งปันสิ่งดีๆ
May 5
คุณรู้ตัวไม?ว่าคุณทำให้หลายๆคนเค้ามีความสุข
     รวมถึงตัวฉันในตอนนี้...ขอบคุณค่ะ
May 2
Photo 1 of 45

Custom HTML

March 30

ข้อความ...จากใจ



a3

a1 


เมื่อ
เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา และเอานิ้วจรดที่แป้นพิมพ์
ใจก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังเขียนจดหมายอำลาตำแหน่งยังไงยังงั้น 
ด้วยเพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับการเขียนบอกเล่าความเป็นไปของการเดินทาง
ตลอดระยะเวลา 15 วัน ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป

ทีมงานกังวลว่า ใจจะเขียนอะไรในวันสุดท้ายของการเดินทาง
ที่ไม่ได้มีกำหนดการณ์การท่องเที่ยว แต่เป็นวันแห่งการเดินทางกลับประเทศไทย
สุดท้ายเลยลงความเห็นกันว่า ให้โอกาสใจได้ระบายความรู้สึกของตนเอง
กับทริปที่ผ่าน และเหตุการณ์ทุกอย่างที่ได้ประสบ

จริง ๆ ตอนที่เขียนข้อความนี้ ใจอยู่ที่เมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยพอสมควรกับการเดินทางไกลร่วม 9 ชั่วโมงจากซิดนีย์ตรงดิ่งถึงสุวรรณภูมิ
แต่เป็นเพราะว่าห่างหายไปเพียงหนึ่งวัน คำถามก็คงจะเกิดขึ้น
ทั้งๆ ที่เป็นวันสุดท้ายก็ไม่อยากจะให้ข้อความนั้นขาดหาย หรือโดดร่มไม่ยอมเขียน

วันนี้ใจตื่นได้สายกว่าทุกวันตั้งแต่มาที่ออสเตรเลีย
เพราะรถลีมูซีนคันเดิมกันกับขามาที่ซิดนีย์มารับเราตอนบ่ายสองโมง
เราตรงดิ่งมายังสนามบินซิดนีย์ เสียเวลาพอสมควรกับพิธีการตรงเคาน์เตอร์สายการบิน
แต่ก็ไม่เลยเวลาห้าโมงครึ่งซึ่งเป็นเวลาขึ้นเครื่อง และใช้เวลาบิน 9 ชั่วโมง กว่าจะมาถึง

ยังไม่ได้ทันผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เมื่อเปิดโทรศัพท์มือถือ ก็เห็นสายที่ไม่ได้รับบานตะไท
และหนึ่งในนั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
และใจยกหูกลับไปหาต้นสายที่พลาดนั้นแทบจะในทันที

"แม่ ใจกลับมาแล้วนะ แล้วนี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ ทำไมแม่ยังไม่นอนเสียทีเนี่ย"

แม้ใจจะถามกลับแม่ไปแบบนั้น แต่ก็รู้อยู่แล้วว่าแม่จะนั่งรอคอยการกลับมาของใจ
แม้จะยังไม่ได้เห็นหน้า เพราะเรายังอยู่ห่างกันคนละจังหวัด แต่การได้ยินเสียงว่าลูกอยู่ที่เมืองไทยแล้ว
คงเป็นสิ่งที่แม่อยากจะได้ยินมากที่สุดในเวลานี้

ใจคุยกับแม่ไม่นานมาก เพียงแค่บอกกล่าวว่ามาถึง และต้องรอกระเป๋าและทำอะไรอีกหลายอย่าง
รวมถึงแลกเงินเหรียญออสเตรเลียกลับมาเป็นเงินไทยมาใส่กระเป๋าเงินของตัวเองด้วย
และสัญญากับแม่ว่าจะยกหูกลับไปหาแม่ในรุ่งเช้า หลังตื่นนอน
 



ตั้งแต่ได้รับรางวัลเป็นการเดินทางไปเที่ยวฟรีแบบไม่เสียค่าเครื่องบินที่นอน รวมถึงค่ากิน
ทั้งครอบครัว พ่อ แม่ พี่สาว เพื่อนฝูง รุ่นพี่ รุ่นน้อง และคนรอบข้าง ต่างแสดงความยินดี

ใจรู้ว่าส่วนใหญ่ไม่ได้ยินดีไปกับใจที่จะได้เดินทางไปยังออสเตรเลียแบบฟรีๆ เพียงอย่างเดียว
เพราะคงมีคนบนโลกนี้อาจจะโชคดีเดินทางรอบโลกฟรีตลอดชีพก็เป็นได้
แต่ใจเชื่อว่าหลายคนเข้ามาแสดงความยินดีกับสิ่งที่ใครบางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
ก็แค่เป็นคนขีดเขียนอะไรบางอย่าง ไร้สาระก็มีมาก มีสาระปะปนอยู่บ้างสำหรับคนบางกลุ่ม
เพราะใจถูกตั้งคำถามเสมอมาว่า คิดอย่างไรกับการที่ใครบางคนบอกว่า

"การเขียน blog เป็นเรื่องไร้สาระ"
ใจนิ่งไปพักใหญ่ ครุ่นคิดหาคำตอบที่ดีที่จะอธิบายตามความรู้สึกของตนว่าทำไมถึงไม่เป็นแบบนั้น

"สมมติว่าใจชอบเตะฟุตบอล หรือเล่นปิงปอง เขาจะยังว่าเป็นเรื่องไร้สาระไหมนะ?
คงจะขึ้นอยู่กับความชอบกระมัง ใจบอกไม่ได้ว่าเรื่องที่ตัวเองทำมันมีสาระ ประเทืองปัญญา
คนอ่านจะฉลาดขึ้น มันก็เป็นเพียงที่ว่างที่หนึ่งที่มีคนเสนอให้ และใจก็คว้ามันมาอยู่ในมือ
ใช้ประโยชน์จากมัน ใจมองเห็นค่ามัน และก็เป็นวิถีทางที่ใจเลือกและชอบที่จะทำ

มันมีค่าสำหรับใจเอง ในฐานะที่ใจใช้เป็นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง
ก็เพียงเพราะเป็นคนชอบเขียน อาจจะไม่ได้เป็นคนเขียนหนังสือดี ก็เหมือนกับคนชอบเล่นฟุตบอล
เล่นไม่ดีแต่ก็ยังชอบ ก็แค่ได้ออกกำลัง ให้เหงื่อออก และมองเห็นค่าของมันด้วยตัวของเราเอง
ใจไม่ได้ทำ space ขึ้นมาเพื่อหวังประกวด แม้จะแอบคิดเล่นๆ ก็ตาม
แต่ทำเพราะว่าให้มันเป็นที่ ๆ ให้เราได้เขียนเรื่องราวที่ต้องการ มีคนหลายคนเขาเขียนดีกว่าเราตั้งมากมาย
เพื่อนหลายคนทำ space มานานกว่าเราเสียอีก บางคนเป็นเลิศในการ space
เทคนิคแพรวพราว ลีลาในการเขียนผลงานนั้นหาตัวจับยาก
แต่ใจว่าการรักษาให้มันอยู่กับเรานานๆ พอๆ กับความพยายามในการให้มันไม่นิ่งเป็นเรื่องยากไม่น้อย" 

ใจไม่เคยได้ถามทีมงานหรือผู้ที่มีส่วนร่วมในการคัดเลือกการประกวด space ในหนนี้
ว่าเพราะเหตุใดถึงได้เลือกใจให้ชนะการประกวด เพราะหลายคนก็เที่ยวกันอุตลุด
ชีวิตก็ digital life style เข้าขั้นผู้นำเทคโนโลยี และหลายคนก็ทำ space สวยมากมาย
เพราะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ใจก็อยากจะขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่ผ่านมา

และคงจะดีไม่น้อยที่จะเสียสละพื้นที่เล็กๆ ตรงนี้เพื่อผู้มีพระคุณมากมายสำหรับใจ

นับตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว ใจขอบคุณพ่อกับแม่ ที่ให้กำเนิดใจมาบนโลกนี้ เลี้ยงดู อบรม
และสั่งสมประสบการณ์ที่มีค่า ให้ใจมีชีวิตอย่างเช่นทุกวันนี้
ขอบคุณพี่สาวสองคนที่เป็นกำลังใจให้เสมอ ไม่ว่าเมื่อไร
ก็อยู่เคียงข้างและฝันฝ่าทุกอุปสรรคไปด้วยกัน
ขอบคุณหมากับแมวที่บ้าน ที่ช่วยคลายเหงาให้กับทุกคน

ขอบคุณพี่เจี๊ยบที่อยู่ข้างๆ และเป็นกำลังใจให้ใจเสมอ ใจจะไม่มีวันนี้เช่นกัน หากไม่มีพี่เจี๊ยบค่ะ
ขอบคุณพี่โอ๊ะที่ช่วยลุ้นสายตัวแทบขาด ยิ่งกว่าแข่งขันเสียเอง
ขอบคุณพี่เอจากกรุงเทพธุรกิจที่ช่วยโปรโมทเรื่องราวของใจลงในหนังสือพิมพ์ของเครือเนชั่นตั้ง 2 ฉบับ
และขอบคุณที่เลี้ยงคาราโอเกะใจมื้อใหญ่ก่อนเดินทางไปออสเตรเลีย
ขอบคุณน้องแซง หนึ่ง บาส ดาว อั๋น ที่ช่วยลุ้นกับผลคะแนนทุกวัน ทุกวินาที
อัพเดตยิ่งกว่าผลบอลเอฟเอคัพ หรือ พรีเมียร์ ลีก
ขอบคุณพี่ปุ๋ยจากดีแทคและพี่ๆ พีอาร์จากดีแทคที่ช่วยโหวต
หลายคนได้ทราบข่าวก็ส่ง sms มาแสดงความยินดี เพื่อนใน msn ทุกคนที่แวะมาโหวตให้คะแนน
แวะมาอ่าน space ฝากข้อคิดเห็นเอาไว้
หรือแม้แต่ใครบางคนที่ช่วยเหลือใจมาตั้งแต่เปิด "ที่ว่างของใจ" ขอบคุณที่ช่วยแนะนำให้ใจใช้ชื่อนี้
ขอบคุณใครหลายคนที่แอบอ่านทุกข้อความ
แต่ไม่แสดงตัวตนเป็นระยะเวลานานกว่า 2 ปีกับอีก 5 เดือน

ขอบคุณผู้อันเป็นที่รักทุกคนที่ปราถนาดีกับใจ และเป็นกัลยาณิตรอันทรงค่าสำหรับใจเสมอมา
แม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยชื่อเสียทั้งหมด เพราะคงล้นหลายหน้า
แต่ใจอยากจะบอกว่าใจจะไม่มีวันนี้
จะไม่เป็นใจแบบทุกวันนี้หากไม่มีทุกคนมาช่วยเติมเต็มตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา


ใจขอขอบพระคุณ คุณธงชัย วิบูลศักดิ์สกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย การท่องเที่ยวออสเตรเลีย
ที่ใจมีโอกาสได้พบปะและพูดคุยถึงสองหน ใจเชื่อว่าหากใจไม่ลงมือเขียน space ตั้งแต่สองปีที่แล้ว
ใจจะไม่มีโอกาสได้พบกับคุณธงชัยในรูปแบบนี้ และรู้สึกยินดีกับการได้พบผู้ใหญ่ใจดีและความคิดเป็นเลิศ
ขอบพระคุณกับการเลือกสนับสนุนโครงการประกวดในครั้งนี้และช่วยเหลือเป็นอย่างดีเสมอมาค่ะ
และขอบคุณสำหรับการรับฟังใจบ่นเรื่องพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ตึกดังย่านสาธรค่ะ

ขอบคุณบริการข้ามแดนอัติโนมัติจาก Freedom Planet ของ one-2-call ที่ทำให้ใจสามารถติดต่อใกล้ชิดกับแม่และเพื่อนๆที่เมืองไทยได้
ทำให้การเดินทางครั้งนี้ เป็นอะไรที Freedom จริงๆ

ขอบคุณทีมงานของ msn thailand ทุกคนที่มีส่วนร่วมโดยตรงและทางอ้อมกับการประกวดโครงการทั้งหมด
มากและน้อยตามลำดับ แต่ใจขอให้ทุกคนมีความสุขค่ะ
ขอบคุณกรรมการห้าคนในห้องวันสัมภาษณ์ และขอบคุณผู้ที่มีส่วนในการคัดเลือกค่ะ

ขอบคุณคุณผึ้งและน้องเจ เพื่อนร่วมทริปที่ช่วยเหลือใจ
และดูแลใจเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 15 วันเต็ม
ขอบคุณที่ถามไถ่ เป็นห่วงเป็นใยให้ยาบำรุงกินทุกวัน ให้ยาแก้ไข้เมื่อรู้สึกว่าร้อนๆ หนาว ๆ และปวดหัว
หากว่าใจล่วงเกินตรงไหน ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ค่ะ
ใจว่าเราเคยทำกรรมมาร่วมกันเมื่อชาติก่อนค่ะ เราถึงได้มาเจอกันและมาอยู่ด้วยกันถึง 15 วัน ... นานขนาดนี้....


 a2

ตลอดระยะเวลาของการเดินทาง กำหนดการณ์ที่แน่นอย่างที่เห็นและได้อ่าน ทำให้ใจค่อนข้างล้า
เหนื่อยบ้างตามประสา แต่ว่า มันก็เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากไหน
ยิ่งเป็นประสบการณ์ที่เราได้มาจากน้ำพักน้ำแรงและแรงบันดาลใจของตนเอง
 

ใจไม่เคยถ่ายวิดิโอการเดินทางมากมายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
ใจถ่ายรูปกับวิดิโอรวมกันทั้งสิ้น 30 กิ๊กะไบต์ ถึงขนาดต้องลงทุนซื้อเลนส์และการ์ดหน่วยความจำใหม่ติดตัวไปด้วย
ใจไม่เคยเดินทางไกลติดกันขนาดนี้ โดยเฉพาะเพียงเพื่อการเที่ยวเพียงอย่างเดียว
ใจไม่เคยลางานยาวนานได้ขนาดนี้ ยกเว้นลาออก แล้วลาพักร้อนควบไปหมดเลยกับเวลาที่เหลือ
เอาเวลางานไปเที่ยว ...คนอื่นๆ อ่านแล้วคงสงสัยจะโดนไล่ออกไหม
ต้องขอบคุณหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานที่ทำงาน ที่ช่วยเหลือใจเสมอมา และระหว่างที่ใจไม่อยู่ค่ะ

ใจไม่เคยต้องมานั่งอัพ space เรื่องท่องเที่ยวยาวๆ ขนาด 4-5 หน้ากระดาษก็ยังไม่จบติดๆ กัน 15 วันขนาดนี้
มีคนถามใจว่า "ใจเหนื่อยไหม"
เหนื่อยค่ะ...แต่ว่าใจก็รู้สึกยินดีกับสิ่งที่ได้รับทั้งหมด
เรื่องราวท่องเที่ยวทั้งหมดเป็นอย่างไร ใจไม่เขียนในหน้ากระดาษนี้
เพราะทุกคนสามารถย้อนกลับไปอ่านทุกเรื่องราว ทุกสัมผัส ได้จากบทความที่ผ่านมาได้ค่ะ

ดูจะเหมือนนางงามไปสักนิด แต่ขอบคุณทุกคนที่แวะมาอ่านและให้กำลังใจค่ะ
หวังว่าจะมีความสุขกันถ้วนหน้านะคะ สาธุ.... 

ขอบคุณค่ะ

ใจ

 

March 29

ทัวร์ Sydney Opera House ล่องอ่าวด้วย Jet boat สุดมันส์



 21
ตั้งแต่เดินทางมาที่ออสเตรเลีย
ใจเองก็เริ่มนับวันว่าตัวเองมาใช้เวลาเพื่อท่องเที่ยวที่นี่ไปกี่วัน
วันแรก วันที่สอง วันที่สามผ่านพ้นไปอย่างยากเย็น
อาจจะเป็นเพราะตารางการท่องเที่ยวของเรานั้นแน่นเอี๊ยด
ทำให้รู้สึกว่าแต่ละวันของเรามันช่างยาวนาน
กว่าที่เคยผ่านและเป็นไป
ยอมรับว่าพอมาถึงวันนี้ ใจก็รู้สึกในทันทีว่า
มันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากมาย
เพราะอีกเพียง 2 วันเท่านั้นใจและเพื่อนร่วมทริปอีกสองคน
ก็จะได้มีโอกาสกลับเมืองไทยกันแล้ว

อย่างที่บอกเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่มที่ใจเดินทางมาถึงที่ซิดนีย์
ที่นี่เป็นเมืองที่เราได้ท่องเที่ยวแบบผ่อนคลายกว่าที่ไหน
ประสบการณ์ที่ได้จากที่นี่แตกต่างกับอีกสองรัฐก่อนหน้า
แหล่งท่องเที่ยวหลายอย่างเราหาได้จากในเมือง
มากกว่าการเดินทางออกไปนอกเมือง
จริงๆ แล้วใจเชื่อว่าหากเรามีเวลามากกว่านี้
เช่นรางวัลของทริปนี้เป็นการเดินทางในออสเตรเลียเป็นเวลา 30 วันเต็ม
กำหนดการณ์ที่มีอาจจะเป็นการเดินทางออกนอกเมืองซิดนีย์มากกว่านี้
และกระจายไปยังรัฐอื่นมากกว่านี้ก็เป็นได้
แต่เมลเบิร์นก็ทำให้ใจได้รับรู้ว่า


ที่นั่นเป็นเมืองแห่งอาหารและศิลปะ
และบริสเบน และโกลด์โคสต์ก็ช่างมีเสน่ห์ในแง่ของการเป็นเมืองตากอากาศ
ทะเลและฟ้าดึงดูดผู้คนไปที่นั่นเสมอทุกช่วงฤดูกาลของปี
และที่นี่ซิดนีย์ เมืองแห่งแฟชั่น และความทันสมัย
เมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียแต่ไม่ได้เป็นเมืองหลวง
ก็มีอะไรให้ค้นหามากมายไม่น้อย
และหนึ่งในนั้นก็คือ "Sydney Opera House"
สิ่งปลูกสร้างที่ไม่เพียงแต่จะมีค่าในทางศิลปะ
แต่ยังมีค่าในทางวิศวกรรมในห้วงเวลาเดียวกัน

8

ตั้งแต่ใจมาที่นี่ยังไม่เคยได้มีโอกาสได้เอ่ยถึง Sydney Opera House มากนัก
นอกจากแค่บอกว่าล่องเรือผ่าน
หรือปีนสะพานแล้วมองลงมาเบื้องล่างแล้วเห็น Sydney Opera House
แต่เช้าที่เพิ่งผ่านไปของวันนี้ ใจตื่นแต่เช้าเพื่อไปร่วมทัวร์ Sydney Opera House
ทุกวันที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกซื้อทัวร์บริเวณรอบๆ รวมถึงด้านใน
คุณป้าดูใจดี ทำหน้าที่เป็นไกด์นักท่องเที่ยวจากประเทศไทย
ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และอินเดีย ร่วมสิบชีวิต

9

จริงๆ แล้วหากใครมีโอกาสไปที่ซิดนีย์ก็คงไม่พลาดจะไปเยี่ยม Sydney Opera House
ไปเก็บภาพด้านหน้า ด้านข้าง หรือกระโดดกันด้านหน้า Sydney Opera House
มาซิดนีย์ไม่มีภาพของ Sydney Opera House และรูปเราแปะอยู่ด้วย
ก็คงเหมือนกับมาไม่ถึงซิดนีย์ยังไงยังงั้น
เหมือนกับไปเชียงใหม่ไม่ไปถ่ายรูปบนดอยสุเทพหรือดอยอินทนนท์อะไรประมาณนั้น

10

แต่หากจะให้ใจแนะนำใจก็อยากจะให้เสียเงินคนละ 32 เหรียญออสเตรเลีย
จ่ายค่าทัวร์ Sydney Opera House เป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม
เพื่อที่จะได้เข้าไปดูห้องแสดงโอเปอร่าและการแสดงต่างๆ ด้านใน
โดยเฉพาะห้องแสดงที่ใหญ่ที่สุดซึ่งจุคนได้มากถึง 2,700 คนในห้องเดียว

12 

ทัวร์แบบนี้มีบริการทกวัน ทุกๆ 30 นาที เริ่มตั้งแต 9 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็น
หากมาเป็นครอบครัว ผู้ใหญ่สอง เด็กสอง (อายุระหว่าง 5-16 ปี) เสีย 74 เหรียญ
และเพิ่มอีก 10 เหรียญสำหรับเด็กที่เพิ่มขึ้นมา ใครไปแบบไหนก็เลือกจ่ายเงินกันแบบนั้น

13

หรือจะเลือกทัวร์เบื้องหลังเวที ที่เรียกว่า backstage tour เต็มอิ่มกับ 2 ชั่วโมง
คิดคนละ 150 เหรียญ แพงพอสมควร แต่หากใครอยู่ในวงการ
ใจว่ามันแสนจะคุ้มค่าที่คุณจะได้สัมผัสโรงละครใหญ่ยักษ์ระดับโลก
จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตกันเชียวที่เราจะได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของทีมงาน
ใน Sydney Opera House แห่งนี้

สำหรับเวลานี้ใจเดินตามทีมทั้งหมดจากส่วนล่างสุดของ Sydney Opera House
ทะลุขึ้นออกด้านข้าง ขณะที่คุณป้าไกด์ของเราก็แนะนำว่า Sydney Opera House
มีประวัติความเป็นมาอย่างไร

Sydney Opera House เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งปลูกสร้างในศตวรรษที่ 20
ออกแบบสถาปิกชื่อดังอย่าง John Utzon
จริงๆ แล้วแบบของ Sydney Opera House ที่เห็นปัจจุบันทั้งหมด
มีจุดเริ่มต้นมจากการประกวดหาผู้ออกแบบภายใต้โครงการที่ชื่อว่า
"National Opera House"
จุดแรกของการนั่งลงบนเก้าอี้และคุณป้าก็เปิดพรีเซนเตชั่น
ที่ยิงภาพลงบนผนังของ Sydney Opera House ให้เราชม
เป็นเรื่องราวที่มาของ Sydney Opera House

15

ภาพเก่าๆ บอกเรื่องราวเราว่า รัฐบาลตัดสินใจสร้างสิ่งมหัศจรรย์
บนพื้นที่เก่าแก่ ซึ่งเคยเป็นจุดสิ้นสุดของรถไฟรางของ tram
พื้นที่สิ้นสุดของรางรถไฟ กลายมาเป็นสิ่งปลูกสร้างใหญ่ยักษ์อย่าง Sydney Opera House
โดยแบบมาจากการคัดเลือกผลงานนับร้อยนับพันจากนักออกแบบ
และ John Utzon ก็กลายเป็นผู้ชนะการประกวดในขณะนั้น

รัฐต้องใช้เวลาในการก่อสร้างมากกว่า 16 ปี
ด้วยมูลค่า 102,000,000 เหรียญออสเตรเลียตลอดกระบวนการก่อสร้าง
โดยมี Ove Arup & Partner บริษัทวิศวกรรมจากเกาะอังกฤษและ
Peter Hall , Lionet Todd, David Littlemore สถาปนิกของออสเตรเลีย
เป็นผู้ร่วมช่วยเหลือให้วิสัยทัศน์ของ John Utzon เป็นจริง

14

เรื่องราวการก่อสร้างที่ใช้เหล็กมหาศาล และคอนกรีตยักษ์มาประกอบเข้าด้วยกัน
เป็นโครงสร้างที่ออกแบบภายใต้หลักวิศวกรรมการออกแบบครั้งยิ่งใหญ่ของโลก
ตอนหนึ่งของพรีเซนเตชั่นในจุดถัดมาบอกใจว่า
เขาต้องออกแบบให้คอนกรีตรูปร่างแปลกประหลาดมาประกบคู่กัน
หัวใจสำคัญของการประกบกันเป็นรูปร่างอาคารอย่างที่เห็นปัจจุบันอยู่ที่
"การสร้างสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสิ่งปลูกสร้าง"
ดังนั้นทุกวันนี้เราจึงเห็นห้องแสดง หรือห้องละครอยู่ภายใต้โดมสามเหลี่ยมนั้น
โดยโดมนั้นก็เกิดจากการใช้คอนกรีตหล่อให้เป็นหนึ่งชิ้นด้วยซ้ำไป

4

ใจทึ่งในความคิดของเขา เพราะเห็นในตอนท้ายตอนหนึ่งบอกว่า
เขาคิดอยู่นานว่าจะทำอย่างไรให้มันเป็นรูปเป็นร่างอย่างปัจจุบัน
และมาตกผลึกในความคิดว่า รูปทรงของ Sydney Opera House
ก็เหมือนกับวัตถุครึ่งวงกลม ที่ผ่าซีกออก
แล้วแยกมันออกมาตั้งในจุดที่สวยงาม
แต่หากว่าเรายกทุกซีกของ Sydney Opera House มารวมกันอีกครั้ง
มันก็จะกลายเป็นรูปทรงครึ่งวงกลมอีกหน... มันน่าทึ่งดีไม่น้อย

ห้องจัดแสดง และโรงละครทุกห้องยังเปิดแสดงทุกวัน ตลอดสัปดาห์
ตลอดหนึ่งปี 365 วันไม่มีวันหยุด ผู้คนสามารถเดินทางมาชมการแสดงที่ตัวเอง
ต้องการได้เสมอที่ Sydney Opera House
แม้เราจะไม่มีโอกาสจะได้นั่งชมการแสดงใน Sydney Opera Houseอย่างจริงจัง
แต่เมื่อกลับออกมาจาก Sydney Opera House
ใจก็ค้นพบว่า เราทำทุกอย่างที่ไม่คาดคิดให้เป็นจริงได้เสมอ
Sydney Opera House ก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งในโลกนี้
ที่พิสูจน์คำพูดนี้ให้เป็นจริง ใครจะคิดว่าจะมี Sydney Opera House
ใครจะคิดว่ามันจะเกิด และใครที่ไม่เคยคิดก็คงจะได้เห็นแล้วในบัดดี้

16

ใจเดินออกมาจาก Sydney Opera House มาตรง Circular Quay ซึ่งอยู่ติดกันไม่กี่ร้อยเมตร
เรามีนัดว่าจะไปนั่ง Oz Jet Boating  อีกหนึ่งเกือบชั่วโมงเพื่อสนุกสนาน
พร้อมกับชมความงามของ Sydney Harbour
อารมณ์มันออกจะขัดกันไปสักนิด แต่หลายคนก็แนะนำว่า
หากมา Sydney Opera House แล้วก็อย่าลืมพลาดนั่ง Oz Jet Boating ด้วย

jai2

ภาพนี้ใจถ่ายด้วยมือถือ แล้วก็ส่ง MMS ไปที่เมืองไทยให้เพื่อนๆอิจฉา
เป็นการยืนยันส่าตอนนี้ใจอยู่ออสเตเลียจริงๆนะ
ถ่ายปุ๊บก็ส่งปั๊บ สะดวกดีจีงๆ

7

เรือ Jet สีแดงจะพาทุกคนบนเรือซึ่งใส่เสื้อกันฝนเอาไว้
ขับวนและผ่านไปหลายๆ สถานที่ทั้ง Opera House, Fort Dennison, Rose Bay
Goat Island, Taronga Zoo และ Sydney Harbor Bridge 

5

คนขับผมทองซึ่งขับเรือเร็วเป็นอาชีพ
บึ่งเรือออกจากท่า เขาบอกว่าให้เราจับที่ยึดด้านหน้าเอาไว้ให้มั่น
และเมื่อเขายกนิ้วมือเป็นสัญลักษณ์ นิ้วเดียว สองนิ้ว สามนิ้ว
เป็นการบอกว่า  1 2 และ 3 ให้พวกเราร้อง "เฮ"
หลังจากนั้นเขาจะหยุดเรือและหักพวงมาลัยให้เรือหมุนเคว้งกลางน้ำ
ทำมุม 270  องศา ตัวเราจะยกไปอีกข้าง และน้ำก็ทะลักมาทำให้ตัวเราเปียก
ผมเปียก หน้า เปียก อารมณ์แบบนี้วนมาให้เราได้พบเจอครั้งแล้วครั้งเล่า
พอๆ กับการกระดอนกระเด็นของเรือที่ปะทะกับคลื่นของน้ำที่ไม่นิ่งนั้น

6

การผจญภัยกลาง Sydney Harbor  แบบนี้คิดราคาต่อหัวที่ 55 เหรียญ
เด็กที่ต่ำกว่า 16 ปีคิด 40 เหรียญ
และหากเป็นครอบครัวแบบเดียวกันกับทัวร์ก่อนหน้าคิดที่ 170 เหรียญ
ความสนุกจบลงตรงที่ความเปียกชุ่มฉ่ำ
แต่เรายังหยุดไม่ได้ เรายังมีกำหนดที่จะไปทำอะไรต่อมิอะไรในช่วงบ่ายของวันนี้

 
Video: Opera Dance

ก่อนถึงเวลานั้น มันก็เป็นเวลาเหมาะสมแล้วที่เราจะไปทานมื้อกลางวันกันเสียก่อน

27 

 
Video: Wolfie's Grill

24

พนักงานของร้าน Wolfie's Grill ร้านอาหารบนย่าน The Rock
ยกเซ็ตอาหารทะเลที่มีทั้งล็อปสเตอร์ กุ้ง ปู หอยนางรม
เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อจรเข้ และเนื้อจิงโจ้มาวางตรงหน้า
ใจแอบคิดว่าชะตากรรมของใจในมื้อกลางวันมื้อนี้คงหนักหนายิ่งนัก

25

 
Video: Wolfie's Grill 2

แต่ใจกลับประทับใจกับ Wolfies Grill เป็นที่สุด
นั่นเป็นเพราะหัวหน้าพ่อครัวที่นี่เป็นคนไทย เขาเลยเอาใจเราด้วยการ
ปรุงน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด และน้ำจิ้มแจ่วให้เราได้จิ้มอาหารทะเลด้วยความเอร็ดอร่อย

22

23

พี่ไข่เป็นอดีตนักข่าวสายการเมืองของค่าย Post
หลังจากไปร่ำเรียนวิชาการอาหารและได้สัญชาติออสเตรเลียมาอยู่ในมือ
ทั้งครอบครัวของเขาก็ลงเอยด้วยการใช้ชีวิตอยู่ในซิดนีย์
การเป็นหัวหน้าพ่อครัวของร้านอาหารซีฟู้ดที่ใหญ่ยักษ์บนย่านนี้
และมีรายการทีวีของไทยไปสัมภาษณ์ออกทีวีรายหน
ทำให้คนไทยเริ่มรู้จัก Wolfies Grill มากขึ้น
พี่ไข่เลยบอกว่าหลังๆ คนมาร้านนี้กันมาก เพราะคาดหวังว่าจะได้ทานอาหารทะเลสด
พร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ด รสเด็ดด้วยในเวลาเดียวกัน
มันแปลกไม่น้อยที่เราได้กินอาหารทะเลสดสไตล์ออสซี่
แต่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดวางอยู่ใกล้ๆ แต่ใจไม่ปฏิเสธว่า ...ใจชอบ...

37

28

38

อาหารมื้อใหญ่สิ้นสุด จอห์นบอกกับเราว่าเขาจะปล่อยให้เราได้ใช้เวลาในการเดินย่อย
เราจะเดินย่อยกันตรงตลาดนัดบนย่าน The Rock ที่ชื่อว่า The Rock Market
ตลาดนัดงานศิลปะ หัตถกรรมของออสเตรเลีย
ซึ่งจะมีเพียงวันศุกร์และเสาร์ของแต่ละสัปดาห์
เขาจะปิดถนนให้แล้วคนเดินจับจ่ายของใช้ที่เน้นงานศิลปะเสียส่วนใหญ่
เราเดินวนกันอยู่รอบสองรอบ ก่อนผละออกมาจากตรงนั้น

19

45
แล้วตรงดิ่งเข้าห้างกลางเมือง
วันนี้เป็นวันแรกที่เราได้มีโอกาสได้เดินชมเมืองของซิดนีย์แบบเต็มตา
เดินออกห้างนั้น ทะลุออกห้างนี้
ที่นี่ห้างปิดเร็ว 6 โมงเย็นทุกคนก็เริ่มปิดร้านรวงกันแล้ว
พวกเราคนไทยพอเจอแบบนี้เข้าก็ออกจะแปลกใจไปสักนิด
แต่คนออสซี่เองเขาก็มีทางออก หลังจากที่ห้างปิด
กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมนอกบ้าน หรือการกลับบ้านเป็นสิ่งที่ดี

3

วันนี้ใจตกบันไดไปหลายขั้นที่ห้างกลางเมืองซิดนีย์
ผู้หญิงสองคนที่กำลังจะเดินสวนมาร้อง "จ๊าก"
ขณะที่ใจเอามือข้างหนึ่งจับราวบันไดเอาไว้ ทำให้ตัวไม่ไถลลงไปด้วย
ขาสะดุดตกจากบันไดไปหลายขั้น
จนถึงตอนนี้มันเริ่มออกอาการ เขียวปั๊ดตรงน่องเป็นทางยาว
กำลังคิดว่ากลับจากซิดนีย์ตรงดิ่งกลับเมืองไทย
คงต้องใช้เวลาหลายวันในการเยียวยาให้หายปวดและหายช้ำ

2

พรุ่งนี้มีเวลาในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อีกครึ่งค่อนวัน
ก่อนการเดินทางกลับเมืองไทย
ยังเหลืออีกหนึ่งวันที่ใจจะได้บรรยายความรู้สึกของการเดินทางใจในหน้า space แห่งนี้
ใจรู้สึกอย่างไรกับการเดินทางมาที่ออสเตรเลียตลอดระยะเวลา 15 วันที่ผ่านมา
ใจได้อะไรติดกลับมือไปบ้าง และการเดินทางที่ผ่านพ้นบอกอะไรกับใจได้บ้าง
พรุ่งนี้ใจจะจับความรู้สึกมาบอกผ่านเป็นตัวหนังสือมาบอกกล่าวให้ทุกคนได้อ่านอีกครั้ง

18

วันนี้ขออนุญาตไปทาถู ทาถูยาป้องกันการช้ำก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ

March 28

วันนี้ที่ Blue Mountains


Ausi-562

หากใครคอยติดตามข้อเขียนในหน้า space แห่งนี้อยู่บ้าง
ก็คงจะรู้ว่าใจและทีมงานแทบจะไม่ได้ออกนอกเมืองซิดนีย์ไปไหนเลย
เรายังคงวนเวียนหาที่เที่ยวกันอยู่แถบ ๆ นี้ แบบชนิดที่ไม่นั่งโมโนเรลก็นั่งแท็กซี่
แต่ไม่ใช่วันนี้...เพราะใจเพิ่งจะกลับมาจากการขับรถไปนอกเมือง
โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ "Blue Mountains"

ถ้าใครใครเปิดหาข้อมูลเกี่ยวกับ Blue Mountains จะพบว่า
ไม่ได้มีแต่เพียงออสเตรเลียเท่านั้นที่มีภูเขาชื่อ Blue Mountains บรรจุอยู่ในสารบบ
แต่ยังมีอัฟริกา แคนาดา เอสโทเนีย อินเดีย จาไมก้า นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา
หรืออย่างน้อยมันก็คล้องจองกับชื่อของเว็บไซต์ให้บริการอีการ์ดฟรีอย่าง
http://www.bluemountain.com/ ด้วย

26

แนวเขาที่สูงที่สุดในนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเราต้องขับรถออกจากซิดนีย์มาที่นี่โดยใช้เวลาร่วมหนึ่งชั่วโมง
เราหลับหัวโคลงเคลงอยู่บนเนาะนุ่ม โดยมีจอนเป็นคนขับ
ใช้เวลาในการแวะทานอาหารมื้อกลางเบาแบบเบาๆ
จากร้านอาหารบนเชิงเขา ที่มองเห็น Blue Mountains ได้อย่างชัดเจน

Ausi-547

ทำไมถึงเลือกภูเขาที่นี่ว่า  Blue Mountains ใจก็สงสัย และก็ได้คำตอบจากจอห์นว่า
ที่นี่เป็นป่ายูคาลิปตันและต้น gum เสียมาก ต้นไม้เหล่านี้มักมีน้ำมันหอมระเหยออกจากต้น
เมื่อมันอยู่รวมกันมากๆ เป็นป่าจนรวมกันเป็นภูเขาใหญ่ยักษ์
เขาว่ามันบดบังตาให้เรามองเห็นแนวสีน้ำเงินเหนือต้นไม้เหล่านั้น
และจนเป็นที่มาของชื่อเรียกแนวเขาเหล่านี้ว่า  Blue Mountains นั่นเอง

31

ที่  Blue Mountains มีหลายส่วนของการท่องเที่ยวสำคัญ
มีหลายคนนิยมมาเดินป่าแบบค้างคืน หรือไปกลับ เราจึงเห็นคุณลุง คุณป้า
เดินออกมาจากพุ่มไม้และแนวป่าตลอดเวลา และมักจะเป็นชาวญี่ปุ่นเสียมาก
หรือไม่ก็ปีนหน้าผา ทั้งปีนขึ้นปีนลง คนที่พิสมัยการผจญภัยแบบนี้ ใจว่าคงใฝ่ฝันจะมาพิชิต
Blue Mountains มันอยู่บ้าง หากใจเป็นใจ...ใจก็คงอยากจะมา

30

นอกจากนี้แล้วสำหรับคนที่กลัวๆ กล้า ๆ และอยากจะเห็น  Blue Mountains แบบเต็มตา
มีทัวร์นั่งกระเช้าหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้บริการ เราเป็นหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น
และบริการที่เหมาะกับเราก็คือ Scenic World
ในนั้นรวมเอาบริการหลายอย่างไว้ข้างใน ได้แก่ Skyway 
เขาว่าเป็น world first Electro-Sceni Glass Floor จริง ๆแล้วเป็นกระเช้าติดกระชกด้านข้าง
และตรงกลางของกระเช้าเพื่อให้มองเห็นเบื้องล่างอย่างชัดเจน
แต่ข้ามจากเขาลูกหนึ่งไปยังเขาอีกลูกหนึ่ง ไม่กล้าไม่ยืนมองตรงกระจกตรงกลางกระเช้านั่นจริงๆ
เอาแต่มองออกไปด้านข้างตลอดเวลา เพราะกระเช้าไม่เพียงแต่ยาว 720 เมตร
แต่ยังอยู่สูงแนวเขาถึง 270 เมตร
นอกจากนี้ยังมี  Scenic Walkway กระเช้าความยาว 545 เมตร
ซึ่งทำให้ผู้คนได้มองเห็นแนวป่าเขาของ  Jamison valley
หรือย่านเดียวกันกับที่เราไปนั่งกินอาหารเมื่อกลางวัน เขาเรียกเหมารวมแนวเขาย่านนี้ว่า 
Jamison valley แต่ทั้งหมดนั่นคือ Blue Mountains อ้อ...กระเช้านี่สูงถึง 300 เมตรนะคะ

   
Video: Blue mountain Scenic Railway 

ต่อไปเป็นทัวร์  Scenic Railway รถรางแบบที่ลงมาตามทางซึ่งเป็นภูเขา
แบบว่านั่งเอียงตลอดเวลา ประมาณนั้น บรรจุคนได้ 84 คน ใช้เวลาทั้งสิ้น 10 นาที
ทะลุอุโมงค์และยังคงสภาพของป่ารอบข้างเอาไว้ได้เหมือนเดิม 


29

จริง ๆ แล้วการทัวร์ของเราเริ่มต้นจาก  Skyway  มาต่อที่  Scenic Railway
และต่อด้วย Scenic Walkway  การเดินป่าซึ่งเขาทำทางเดินเอาไว้อยู่แล้ว
ตลอดระยะทางเดิน 2 กิโลเมตร แม้แดดจะแรงแต่เรากลับถูกต้นไม้ต้นใหญ่บังแดดเอาไว้เสียมิด
จนแอบคิดว่านี่มันกี่โมงกันแน่ แนวป่า และต้นไม้โบราณมีป้ายบอกชื่อและที่มา
ประเภทของมันตลอดสองข้างทาง นอกจากนี้ยังมีเหมืองถ่านหินโบราณ
ซึ่งเป็นที่มาของรถรางที่เรานั่งมานั่นด้วย มีประวัติของเหมืองถ่านหินของที่นี่
ซึ่งปัจจุบันได้หยุดทำการไปแล้ว แต่ยังคงหลงเหลือเอาไว้ให้เราได้ชมความงาม

25

เมื่อเรานั่งรถรางกลับมายังจุดเริ่มต้น เราก็ขับรถต่อมายังจุดชมวิวที่เรียกว่า Echo Point
ใน Katoomba ที่นี่เราจะเห็นภูเขาหินสามลูกที่ตั้งติดกัน อวดความงามให้แก่ผู้มาเยือน

 

 
Video: MMS AT THREE SISTER


เขาเรียกภูเขาสามลูกนี้ว่า "Three Sisters"
ไม่เพียงแต่ Three Sisters ที่เราได้เห็น แต่เรายังได้เห็น  Blue Mountains  แบบเต็มตากันอีกครั้ง
ก่อนอำลาภูเขาและกลับเขาเมืองซิดนีย์กันอีกครั้ง
 
27

หน้า blog ของวันนี้อาจจะไม่ยาวมากนัก เป็นเพราะว่าเราใช้เวลาตั้งแต่เช้ายันเย็นกันที่  Blue Mountains
รายละเอียดและความยาวส่วนข้างบนจึงอุทิศให้กับเรื่องราว
ของการท่องเที่ยวบน  Blue Mountains  เสียเป็นส่วนใหญ่
น่าเสียดายที่ใจเก็บไอเย็นของ  Blue Mountains  มาฝากไม่ได้
หากนำมาฝากได้บนหน้า space แห่งนี้ก็อยากจะให้ใครที่ไม่เคยมา
และอยากจะมาได้สัมผัสบรรยากาศของ  Blue Mountains เหมือนกับใจ

28

เขาว่าที่นี่หากจะให้ดีต้องมาพักผ่อนในหน้าหนาว
ปกติอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของที่นี่มักจะต่ำกว่าซิดนีย์อยู่ที่ 7 องศา
ดังนั้นหากเป็นหน้าหนาวก็มักจะหนาวกว่าใครเขา
หลายคนมักจะมาซื้อบ้านที่นี่โดยให้มันทำหน้าที่เป็นบ้านหลังที่สอง หน้าหนาวก็แวะมานอนพัก
หรือตั้งแคมป์กันสักที จะให้ดียิ่งขึ้นคือมานั่งกลางแดดอ่อนๆ เอาชามานั่งจิบ
พร้อมกับดื่มดำบรรยากาศรอบข้าง เขาว่าเมื่อก่อนก็เป็นแบบนั้น สมัยโบราณแต่ไหนแต่ไรมา
การดื่มชาอังกฤษบน  Blue Mountains  ก็เป็นที่นิยมเสมอมา

24

อยากจะไปดื่มชากันบ้างไหมคะ ที่  Blue Mountains  นะ ?? 

Ausi-565

March 27

ไปดูปลาฉลาม

 

18 วันนี้
ซิดนีย์มีเมฆอยู่นิดหน่อย
แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับ
การท่องเที่ยวของเรา
เพราะอย่างน้อยที่นี่ก็ไม่มีฝน
เมฆก็ไม่ได้ทับหัว
บดบังสีฟ้ของท้องฟ้ามากจนเกินไป
เมื่อวานใจโทรฯ กลับบ้าน
แม่ถามใจว่าตอนนี้อยู่เมืองอะไรแล้ว
และพรุ่งนี้จะไปเที่ยวที่ไหน
ใจเริ่มลืมวันลืมคืนไปแล้ว
เพราะใช้เวลาหลายวันไปกับ
การท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
แถมในหัวสมองก็เอาแต่นั่งเปิดดู
กำหนดการณ์แต่ละวันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
วันนี้แดดจะร้อนบ้างไหมนะ
แล้วที่ที่จะไปนั้นจะน่าประทับใจ
แค่ไหนกัน
จนเผลอคิดไปเสียไกลว่า
กลับไปเมืองไทยหนนี้ชีวิตคง
ผิดปกติไปบ้างพอสมควร



เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ใจเอาเสื้อผ้า
ยัดใส่กระเป๋าแล้วออกเดินทาง
โดยมีเป้าหมายอยู่แค่การ "เที่ยว" เพียงอย่างเดียว
ไม่สิ จริง ๆ แล้วก่อนหน้าก็เคยทำแบบนี้
แต่มันไม่ยาวนานเกิน 9 วัน หรือ 10 วันสักหน
บางคนอาจจะเถียงขึ้นมาว่าเขาเคยทำแบบนี้มาแล้ว
แค่มีเงินในกระเป๋า
กางแผนที่แล้วก็ออกเดินทาง 10 20 30 วัน
เที่ยวอย่างเดียวไม่เหลียวไปมองสิ่งอื่น

พูดแล้วก็อิจฉาเขา ขนาดเรา 15 วันเต็ม
ที่หมดไปกับการท่องเที่ยวยังรู้สึกชีวิตเต็มไปด้วยการเดินทาง
การเดินทางคือชีวิต และชีวิตก็คือการเดินทาง
ใครบางคนเคยพูดเอาไว้ ใจจำได้
ใจบอกแม่ว่าเช้าวันนี้ใจจะไปดูปลาฉลาม
แม่ถึงกับร้องขึ้นมาบอกว่า
"โอ้โห ไปดูปลาฉลามในทะเลหรือที่ไหนกัน"

จริง ๆ ใจไปดูปลาฉลามที่ Sydney Aquarium ในช่วงเช้า
และต่อด้วยการไปเยี่ยมชม Sydney Wildlife World ซึ่งอยู่ติดๆ กัน
ปกติแล้วนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ Sydney คงไม่พลาดที่จะแวะมาที่ Sydney Aquarium
ใจเคยเห็นสถิติระบุว่า หนึ่งปีมีคนมาเที่ยว Sydney Aquarium  มากว่า 1.2 ล้านคน
และกลายเป็นสถิตที่บ่งบอกได้ว่า Sydney Aquarium  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในซิดนีย์

4

ที่นี่จัดแสดงสัตว์น้ำกว่า 12,000 ตัว จากทั้งสิ้น 650 สายพันธุ์
มีการแสดงให้อาหารสัตว์น้ำทั้งแมวน้ำ เพนกวิน ฉลาม ปลาและจรเข้ทุกวัน
เปิดบริการตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง สี่ทุ่มทุกวันในหนึ่งสัปดาห์ 365 วันต่อปี
ว่ากันว่า หากใครมาที่นี่จะใช้เวลาเดินอยู่ใต้อุโมงค์น้ำขนาดยักษ์
เดินวนดูสัตว์น้ำสารพัดชนิดเฉลี่ยแล้วคนละชั่วโมงครึ่ง หรืออาจจะมากกว่านั้น
ใจเองก็ใช้เวลามากพอสมควรกับการเดินอยู่ใน Sydney Aquarium
จริง ๆตั้งใจจะมาดูฉลามี่ตัวยาวกว่า 3.5 เมตรและหนักกว่า 300 กิโลกรัมที่เคยได้ยินมา
แม้จะเคยไปดู Aquarium ที่เมลเบิร์นและโกลด์โคสต์มาแล้ว
แต่ก็ยังอดที่จะอยากเห็น Aquarium ของที่ซิดนีย์ไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไร

5

ที่นี่ใจเห็นปลาสารพัดชนิด เห็นม้าน้ำ เห็นแนวปะการังจำลองจาก
Great Barrier Reef ซึ่งรู้จักกันดีกว่าเป็นแนวปะการังที่สวยที่สุดในออสเตรเลีย
และก็ยังเป็นแนวปะการังที่รู้จักกันดีของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ใจเดินลอดอุโมงค์กระจกขนาดยักษ์ ที่โอบอุ้มน้ำเอาไว้ด้านใน
ข้างในตัวกระจกโค้งรูปทรงอุโมงค์นั้นใจมองเห็นปลาหลากหลายชนิด
ฉลามมากมายละลานตา ปลากระเบนยักษ์ที่บินมาแล้วความรู้สึกเหมือนราหูอมจันทร์
เพราะตรงที่กระบินว่ายผ่านมันจะเกิดเงามืดในบัดดล
ใจเดินไปดูปลาการ์ตูน เหมือนกับตัวละครหลักอย่าง "Nemo"
เขาว่ามันมาจากออสเตรเลีย มี Nemo ไม่มากนัก แต่ว่ายอมรับว่าปลาฉลามเยอะจริงๆ

17

13

ใช้เวลาที่ Sydney Aquarium  เกินหนึ่งชั่วโมง
พวกเราก็เดินเลยมาที่ Sydney Wildlife World
Sydney Wildlife World เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2549เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์
มากกว่า 6,000 ตัวจากหลากหลายสายพันธุ์หรือสายชนิดสัตว์
ที่นี่ยังมีจิงโจ้ และโคอาล่าให้เราได้แอบมองมันยืนเกาขาและหลับบนต้นไม้อีกครั้ง

14

เพียงแต่ว่าที่ซิดนีย์เขาไม่เปิดโอกาสให้เราได้อุ้มโคอาล่า
เพราะว่าผิดกฎหมายสำหรับซิดนีย์สำหรับการเอาโคอาล่ามาอุ้มมากอด
เขาอยากให้มันกินใบยูคาลิปตัสแล้วก็หลับอยู่บนต้นไม้มากกว่า
ใจเก็บภาพของ Sydney Wildlife World มาค่อนข้างมาก
เอาเป็นว่ารับชมภาพกันไปพร้อมๆ กับการอ่านเรื่องราวของวันนี้นะคะ

15 

กว่าเราจะออกมาจากสถานที่ชมสัตว์สารพัดชนิด เวลาบนหน้าปัดนาฬิกาก็บอกเวลาเที่ยงแล้ว
เราเดินลัดเลาะมาไม่ไกลจากที่ Sydney Wildlife World และมุ่งหน้ามายังร้านอาหาร
ที่จะช่วยเติมเต็มกระเพาะอาหารของเราให้ไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป
ใจจำได้ว่ามันเป็นสถานที่ที่อยู่ติดกันกับท่าเรือที่เรามาล่องเรือ
เพื่อดินเนอร์มื้อแรกของการเยือนซิดนีย์ เมื่อสองวันก่อน
เพียงแต่ว่าร้านอาหารนี้ตั้งหันหน้าชนกับที่จอดเรือและมันก็อยู่บนฝั่ง

16

Nick's Bar & Grill  ซึ่งตั้งอยู่ที่ King Street Wharf
เป็นสถานที่เป้าหมายของเราสำหรับการทานอาหารมื้อกลางวันมื้อนี้
พีอาร์ของที่นี่เข้ามาทักทายกับเราในฐานะสื่อมวลชนของไทย
ก่อนแนะนำอาหารที่เราจะได้ลิ้มลองในมื้อนี้กัน
ต้องบอกว่าใจค่อนข้างตกใจพอสมควรเมื่อได้เห็น Lobster ตัวใหญ่ยักษ์
บนสำรับสูงสองชั้นซึ่งบริกรยกมาวางต่อหน้า
เขาไม่ได้ยกมาเพียงชุดเดียว แต่มันกลับมาสองชุดสำหรับคน 4 คน!!!
นอกจากนี้ยังมีกุ้ง ปู ปลาหมึก เนื้อปลาและหอยนางรมสดวางอยู่ข้างๆ
สลัดสีสันสดใส รสชาติถูกใจคนชิมไม่น้อย
มื้อนี้จบลงพร้อมกับคำชมว่า "อร่อย" พอๆ กับคำพูดที่ว่า "อิ่มจนจุก" ด้วยเช่นกัน

123

ต่อจากการทานอาหารมื้อกลางวัน
เราเรียกแท็กซี่จากถนนที่อยู่ด้านหลังร้านอาหารตรงดิ่งไปยัง Powerhouse Museum
หากมีคำถามของทางทีมงานสอบถามไปยังผู้อ่านทุกคนว่า
"ใจชอบอะไรมากที่สุดในการเดินทางครั้งนี้?"
ใจอยากจะให้ทุกคนที่นั่งอ่านบทความนี้ได้รางวัลด้วยคำตอบที่ว่า
"ใจชอบ Powerhouse Museum"

Powerhouse Museum เปิดมานานถึง 128 ปีนับจนถึงปัจจุบัน
ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในซิดนีย์
จัดแสดงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ประวัติศาสตร์และดีไซน์
ความกว้างของพิพิธภัณฑ์นั้นมากถึง 2.8 เอเคอร์
ตั้งอยู่ระหว่างแยก Windsor และ Showground Roads ใน Castle Hill
แต่เดิม Powerhouse Museum เคยใช้ชื่อว่า Meseum of Technology and
Applied Science ตอนหลังเปลี่ยนมาใช้ Powerhouse Museum อย่างเต็มตัว

ใจเคยบ่นว่าอยากให้เมืองไทยมีสวนสัตว์แบบออสเตรเลียบ้าง
ตอนนี้รู้สึกว่าอยากให้เมืองไทยมีพิพิธภัณฑ์แบบนี้บ้างแล้ว

1

ดูเหมือนใจจะสนใจพิพิธภัณฑ์ที่นี่มากกว่าใครเพื่อน
ตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมง ใจเดินไม่หยุด แต่ก็ยังไม่ครบ
เดินอ่านไม่ได้ทุกส่วนของการจัดแสดง ทั้งส่วนของวิทยาศาสตร์
ส่วนประวัติศาสตร์ ที่บอกถึงการประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้ในโลกนี้
ใจเห็นที่มาของกระป๋องน้ำอัดลม ชักโครง ยางรถยนต์ ไปจนถึงเครื่องรักษาอาการกรน
มันน่าสนใจสำหรับใจมาก จนถึงเอ่ยปากกับจอห์น ไกด์ของเราว่า
"ฉันคงใช้เวลาเดินชมไม่ได้เพียงหนึ่งวัน อาจจะเป็นหนึ่งสัปดาห์หรือครึ่งเดือน
จึงจะเก็บรายละเอียดข้างในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จนหมด"

10

ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนแสดงการออกแบบและดีไซน์ข้าวของเครื่องใช้
เครื่องประดับ และของใช้ในครัวเรือน เดินเลยมามีรถไฟคันยักษ์บอกถึงประวัติของการสร้างรถไฟ
มีส่วนของการจัดแสดงประวัติการขนส่งและการจราจรในออสเตรเลีย
มีส่วนของการให้ความรู้เรื่องโลกร้อน และส่วนของนิทรรศการแบบชั่วคราว
ด้านหน้ามีร้านขายของที่ระลึก เน้นหนักไปทางของฝากที่เน้นการออกแบบและดีไซน์
นี่คือส่วนปิดท้ายของการเดินชมพิพิธภัณฑ์ในวันนี้

8

แต่ยังไม่ปิดท้ายการท่องเที่ยวของบ่ายวันนี้
เรายังเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ เราเดินข้ามสะพานลอยมาไม่กี่ร้อยเมตร
ก็มายืนอยู่ตรงทางข้าม tram หรือรถไฟราง
ด้านหน้านั้นเป็นตลาดขายของฝากใหญ่ยักษ์ของซิดนีย์
เขาเรียกชื่อที่นี่ว่า "Paddy's Market"
ที่นี่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ของฝากจากออสเตรเลีย
มีบูมเมอแรง รองเท้าขนแกะ เสื้อผ้าที่เป็นสัญลักษณ์บอกว่าซื้อมาจากออสเตรเลีย
มีพวงกุญแจ กระเป๋า และด้านในเป็นตลาดสด ขายผักและผลไม้

2

เราซื้ออะไรจากที่นี่มาไม่มากนัก ยกเว้นเจซึ่งเป็นคนเดียวในทริป
ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน เขาจะซื้อของฝากจากออสเตรเลียติดมือกลับที่พักด้วยทุกครั้ง
ส่วนคุณผึ้งจะเน้นไปกับการซื้อแม็คคาเดเมียเสียเป็นหลัก
ใจว่าเพื่อนๆ ร่วมทริปจะเดาใจยากว่าใจชอบอะไร
เพราะเดวิดโจนส์ เครื่องสำอางที่ซื้อติดกลับมาก็ล้วนแต่ฝากคนอื่นหรือไม่ก็มีคนฝากซื้อ
ของที่ใจชอบจริงๆ คนคิดกันลำบากหน่อย
วันหลังจะให้ทีมงานสอบถามคนอ่านว่า
ใจซื้อของที่ออสเตรเลียให้ตัวเองกี่ชิ้น อะไรบ้าง คงเดาทางกันลำบากดีพิกล

3

เราเจอคนไทยที่ตลาดแห่งนี้ตลอดเวลา
มิน่าถึงมีคนบอกว่า ที่ซิดนีย์มีคนไทยอาศัยอยู่มาก
ถึงขนาดมี Thai Town ที่นี่ พอ ๆ กับที่มีคนนิยมไปเที่ยวที่นี่กันมาก
ดังนั้นหากใครอยากจะรู้ว่าทำไมก็ต้องบินไปที่ซิดนีย์เพื่อพิสูจน์ความจริง

7

จาก Paddy's Market เย็นนี้เราจะไปกินอาหารเย็นกันที่ China Town
ไม่ต้องเรียกแท็กซี่หรือนั่งรถไฟ เพราะมันอยู่ไม่ไกลจาก Paddy's Market
เดินลัดเลาะไปตามถนนไม่กี่ร้อยเมตรก็มาโผล่ที่แหล่งที่พักของคนจีนในซิดนีย์
ที่ China Town ไม่มีป้ายบอกร้านทองเป็นร้อยๆ เหมือนกับเมืองไทย
แต่กลับเรียบง่าย ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารจีนและคนจีนเดินกันขวักไขว่มากกว่า
เราทานอาหารกันจนอิ่ม หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อนกันตามระเบียบ
ได้เวลาหลับเวลานอนกันอีกคืนหนึ่งแล้ว
แม้จะไม่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง แต่ตาเริ่มจะปิดเมื่อเกิน 3 ทุ่มหรือ 4 ทุ่มของที่นี่
เป็นอย่างนี้แทบทุกวัน ใจกำลังโทษอาการเจ็ทแล็ก หรือการบินข้ามผ่านช่วงเวลา
ทำให้ใจปรับสภาพไม่ค่อยจะได้ เพราะร่างกายอาจจะเคยชินกับเวลาของเมืองไทยเสียมากกว่า
หลายคนเริ่มแซวว่า จริง ๆแล้วเป็นข้ออ้าง อยากนอนก็ว่ามา เขาว่าแบบนั้น
ใจเลยไม่ขัด ขอตัวไปหลับก่อนแล้วกันนะคะ
เจอกันพรุ่งนี้ คืนนี้ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

9

March 26

ปีนสะพาน เที่ยวสวนสัตว์ ..ขัดแย้งแต่ลงตัว




ก่อน
การเดินทางมาออสเตรเลียหนนี้​
ทีมงานบอกว่า​เรา​จะ​มีปีนสะพาน​กัน​ด้วย​
รายละ​เอียด​เล็กๆ​ ​น้อยๆ​ ​ที่​ใจพอ​จะ​ทราบก็คือ​ ​ใจ​จะ​ได้​ปีนสะพาน​ Sydney Harbor Bridge
ใจ​ไม่​รีรอ​เข้า​ Google.com ​คลิกหาข้อมูลของสะพานดังกล่าว​แล้ว​ก็​ไปพบเว็บไซต์นี้
http://www.bridgeclimb.com/
ใจคลิก​เข้า​ไปดูว่าทำ​ไม​เขา​ถึง​ต้อง​ปีนสะพาน​กัน​
แล้ว​สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นคลิปวิดิ​โอที่​เขา​ใส่​เอา​ไว้​
คนปีนสะพาน​ ​ข้างล่างสะพาน​เป็น​น้ำ​ ​เห็นวิวตึก​และ​สิ่งปลูกสร้างสำ​คัญของซิดนีย์มากมาย
โดย​เฉพาะมัน​เป็น​สะพานที่​อยู่​ต่อหน้าซิดนีย์​โอเปอร่า​
แค่คิด​และ​แค่มองวิดิ​โอเอา​ไว้​ก่อนใจก็รู้สึกตื่นเต้น​อยู่​ไม่​น้อย​
และ​แอบรอคอยการผจญภัย​ใน​ครั้งนี้อย่างใจจดใจจ่อ​ 

  
Video: ​ระหว่างทาง​ ​โอยยยย​ ​ขาสั่น

       
Video: ​ถึง​แล้ว​จุดสูงสุดของสะพาน

และ​แล้ว​ก็มา​ถึง​วันที่​ใจรอคอย​ ​วันนี้​เป็น​วันแรกที่​เรา​จะ​ใช้​ชีวิต​ใน​ซิดนีย์​แบบเต็มๆ​
หลัง​จาก​เมื่อวานเรา​เสียเวลา​ไป​กับ​การเดินทางเกือบครึ่งวัน​ ​เรา​ต้อง​ตื่น​กัน​ก่อนหกโมงครึ่ง​
เพื่อ​ให้​ทันนัดหมาย​กับ​เจ้าหน้าที่ของ​ BridgeClimb  ​ใน​เวลา​ 7.30 ​น​.
ดัง​นั้น​วันนี้​ใจเลยรู้สึกงัวเงียพิกล​ ​นั่น​เป็น​เพราะ​ว่า​ใน​ใจแอบคิดว่าตอนนี้ที่บ้านเรามันกี่​โมง​กัน
... ​เรา​ยัง​ไม่​น่า​จะ​ลุก​จาก​เตียงนะนี่​....

       
Video: ​ใจ​จะ​อธิบายการทำ​งานของสลิง​ให้​ฟัง​ ​คิด​กัน​ได้​นะ​ ​เจ๋งดี 

แต่ช้า​ไปเสีย​แล้ว​ ​เพราะ​ตอนนี้​เรามานั่งรอเจ้าหน้าที่ของ​ BridgeClimb  ​กัน​เป็น​ที่​เรียบร้อย​แล้ว​
เรา​ใช้​เวลา​ไม่​นานนัก​ใน​การรอ​ ​ก็มีลุงฝรั่งหน้าตา​ใจดี​
แม้​จะ​ดูอายุมากแต่​ใจกลับรู้สึกว่า​เห็นหน้า​เขา​แล้ว​อยากผูกมิตร​ด้วย​เป็น​ที่สุด​
ใจ​ได้​ทราบว่า​เขา​จะ​เป็น​คนดู​แลเราตลอดระยะ​เวลาของการเดินบนสะพานวันนี้​
ใน​ฐานะ​เป็น​สื่อมวลชน​จาก​ไทยมา​เยี่ยมเยือน​ถึง​ซิดนีย์​

       
Video: ​เอ่อ​...​ทำ​ไร​กัน​เหรอ


หลัง​จาก​ที่​เรา​เรากรอกเอกสารบางอย่าง​
และ​ตรวจระดับแอลกอฮอล์​ใน​ร่างกาย​เป็น​ที่​เรียบร้อย​
เราก็​ได้​รับเสื้อผ้า​ใน​ขนาดที่พอเหมาะ​กับ​ตัว​ ​รวม​ถึง​หมวก​
และ​ผ้า​เช็ดหน้า​กัน​เหงื่อไหล​ ​เราผูกมัน​ไว้​ที่ข้อมือ​ ​และ​ซ่อนที่ด้าน​ใน​ของแขนเสื้อ​
ใจ​ไม่​ได้​เตรียมรองเท้าสำ​หรับการเดินบนสะพานมา​ด้วย​วันนี้​
จริง​ ​ๆ​แล้ว​เตรียมมา​แล้ว​ ​แต่ทิ้งไปตั้งแต่​อยู่​โกลด์​โคสต์​
เพราะ​ใจเอา​ไปเหยียบท่อไอเสียของฮา​เล่ย์​ ​เดวิดสัน​
หากใครตามอ่านเรื่องราวตั้งแต่​แรกคงจำ​ได้​ ​นั่นแหละ​
ใจทิ้งรองเท้าคู่​โปรดที่หาซื้อ​ไม่​ได้​ไป​แล้ว​ ​นั่ง​ไว้​อาลัย​กัน​อยู่​นานเลยที​เดียว​

แต่​ไม่​มีปัญหา​ ​เขา​มีรองเท้าสำ​หรับใจ​ด้วย​
ใจเดาว่าคง​เป็น​ไซต์​เด็กฝรั่ง​ ​เพราะ​เท้า​ใจมันแค่​เบอร์​ 4
ผู้​หญิงฝรั่งมาตรฐานคง​ไม่​ใช่​เบอร์​ 4 ​เป็น​แน่​
หลัง​จาก​ที่​เปลี่ยนเสื้อผ้า​เสร็จเราก็ถูกพาลงมาที่ห้องเก็บข้าวของสำ​หรับสื่อมวลชน​โดย​เฉพาะ​
เนื่อง​จาก​เรา​เป็น​กลุ่มนักปีนสะพานกลุ่มพิ​เศษ​
เรา​เลย​สามารถ​เอา​ทั้ง​กล้องวิดิ​โอ​และ​กล้องดิจิตอลสำ​หรับถ่ายภาพนิ่งขึ้นไปข้างบน​ด้วย​
นี่​เป็น​ความ​โชคดีของเรา​

เราขึ้นลิฟต์​และ​เดินต่อไป​ยัง​อีกหลายจุด​ ​ใจอธิบาย​ไม่​ถูก​
เพราะ​ว่า​โครงสร้างของสะพานมัน​ใหญ่​เกินกว่า​ใจ​จะ​จดจำ​รายละ​เอียด​ได้​ทั้ง​หมด​
รู้ตัวอีกทีก็มา​โผล่บนสะพานเสีย​แล้ว​ ​จุดเริ่มต้นของการปีนสะพานที่ว่า​จะ​เริ่ม​จาก​ตรงนี้​

Sydney Harbor Bridge ​เป็น​ที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวที่มา​เยือนซิดนีย์​
จนปัจจุบันกลาย​เป็น​ของเล่นสำ​หรับนักผจญภัย​จาก​ทั่ว​ทุกมุมโลก​ ​สะพานสูง​ 134 ​เมตรเหนืออ่าวซิดนีย์​
นักผจญภัย​สามารถ​เลือกบริการการปีน​ใน​ช่วง​เช้า​ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น​
กลางวัน​หรือ​ช่วงพระอาทิตย์น้ำ​ที่ซิดนีย์​

โดย​แต่ละทริปของการปีนสะพาน​นั้น​อยู่​ที่ประมาณ​ 3 ​ชั่วโมงครึ่งต่อทริป​
เริ่มตั้งแต่​เดินขึ้นไป​ ​แล้ว​หยุดฟังการอธิบาย​จาก​ไกด์​หรือ​ผู้​นำ​การปีน​
พักชมวิว​ ​แวะถ่ายภาพตรงจุดที่​ให้​ถ่ายภาพ​
โดย​เฉพาะตรงจุดสูงสุดของสะพาน​หรือ​กึ่งกลางสะพาน​ ​ราคาสูงพอประมาณ​

ใจเห็นว่าสำ​หรับ​ผู้​ใหญ่​ใน​ช่วงกลางวัน​หรือ​เย็น​
วันจันทร์​ถึง​ศุกร์​อยู่​ที่​ 179 ​เหรียญออสเตรเลีย​
ไม่​รวมราคาของวันหยุด​ซึ่ง​แพงกว่านี้พอสมควร​

ความ​รู้สึกของการปีนสะพาน​ ​หรือ​เดินสะพานข้ามอ่าวซิดนีย์​ใน​วันนี้​
มัน​เป็น​การท้าทาย​ใน​ชีวิตอีกครั้ง​ ​เคยเล่นเครื่องโหด​ ​ๆ​ ​หลายอย่างมาก่อนหน้า​
แต่ว่ามันก็​แค่​ใช้​เวลา​ไม่​กี่วินาที​ ​ไม่​กี่นาที​
แต่นี่​เรา​ต้อง​ยืน​อยู่​บนขอบของสะพานที่มีรถราวิ่งไปมาข้างล่าง​ ​รวม​ถึง​รถไฟข้างๆ​
เป็น​ระยะ​เวลายาวนานร่วมชั่วโมง​ ​ดัง​นั้น​ใจ​จึง​รู้สึกกลัวๆ​ ​อยู่​เล็ก​น้อย​
แถม​ยัง​ต้อง​เกร็งเท้า​อยู่​ตลอดเวลา​ ​สำ​หรับการเดินผ่านบันไดขั้น​เล็กๆ​ ​บนขอบสะพาน​นั้น​

ลุงคนนำ​ของเราบอกว่า​ ​เขา​เป็น​หนึ่ง​ใน​พนักงาน​ 120 ​คน
ที่ทำ​หน้าที่พานักท่องเที่ยวปีนสะพานทุกวัน​ ​วันละ​ 2 ​รอบต่อหนึ่งคน​
ไม่​รวมพนักงาน​อื่นๆ​ ​ที่ทำ​งาน​ใน​องค์กรแห่งนี้รวม​แล้ว​ 300 ​ชีวิต​
แม้​เขา​จะ​ปีนสะพานมากว่า​ 200 ​รอบตลอดระยะ​เวลา​ 6 ​ปีของการทำ​งานนี้​ 
แต่​เขา​ก็บอกว่า​ยัง​มี​อยู่​บ้างบางวันที่​เขา​ก็รู้สึกหวาดกลัว​ความ​สูงขึ้นมาซะอย่าง​นั้น​

"​แต่คุณรู้​ไหม​ ​คนที่กลัวนี่​แหละ​
จะ​สนุก​กับ​มันมากที่สุด" ​ลุงคนนี้บอก

IMG_5492

ใจรู้สึกปลื้ม​กับ​คำ​พูดนี้มาก​ ​มัน​ไม่​เพียงแต่บอกเราว่า​
ถ้า​เรา​ได้​ลงมือทำ​อะ​ไรสักอย่าง​ ​ท่ามกลาง​ความ​หวาดกลัวนั่นแหละ​
เรา​จะ​รู้สึกซึมซาบ​กับ​บรรยากาศ​ความ​กลัว​และ​สิ่งที่กำ​ลังทำ​นั่นมากที่สุด​
เรา​จะ​สนุก​กับ​มัน​และ​จดจำ​มัน​ได้​ยาวนานตลอดช่วงชีวิต​
ขอ​ให้​เพียง​ได้​ลงมือทำ​เท่า​นั้น​เอง​ ​เพราะ​ไม่​ลงมือทำ​เราก็​จะ​ไม่​รู้สึกอะ​ไรเลยสักอย่าง​
นอก​จาก​ความ​ว่างเปล่า​...​หรือ​ไม่​จริง​...???

หลัง​จาก​ที่​เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ​ ​ใน​การปีนสะพานเก่า​แก่ของซิดนีย์​ไป​แล้ว​
เรา​แวะ​ไปทานอาหารมื้อกลางวันมื้อ​ใหญ่​ที่​ aquadining
อาหารแต่ละมื้อที่ซิดนีย์​ไม่​เพียงแต่ถูกการท่องเที่ยวของนิวเซาท์​เวลส์​เลือกว่าดี​แล้ว​
ยัง​เป็น​ร้านที่ขึ้นชื่อของซิดนีย์​แทบ​ทั้ง​หมด​ ​และ​ aquadining  ​ก็​เช่น​กัน​
บรรยากาศที่​อยู่​ติด​กับ​สวนสนุก​ ​และ​ติด​กับ​แม่น้ำ​ ​มองเห็นสะพาน​ Sydney Harbor Bridge 
อยู่​เบื้องหน้าทำ​ให้​อาหารมื้อกลางวันมื้อนี้ช่างแสนวิ​เศษยิ่งนัก​



เมื่ออิ่มท้อง​ ​เราก็​ไปเที่ยว​กัน​ต่อที่​ Taronga Zoo
สวนสัตว์ที่​ใหญ่​ที่สุด​ใน​ซิดนีย์​ ​และ​ที่นี่มีช้างไทย​ด้วย​....​ช้างไทยมาออสเตรเลีย​
หากใคร​จะ​พอจำ​ได้​ ​นั่นแหละช้างโขลง​นั้น​อาศัย​อยู่​ที่นี่​
บอกตรงๆ​ ​ใจอยาก​ให้​สวนสัตว์บ้านเรา​เป็น​อย่างออสเตรเลีย​ ​ไม่​ใช่​เพราะ​เอนเอียง​
แต่​เพียง​เพราะ​อยาก​จะ​มี​โอกาสไปเดินสวนสัตว์​ใน​วันหยุด​หรือ​ทุกครั้งที่อยาก​จะ​ไป​

สวนสัตว์ที่ร่มรื่น​ ​มีสัตว์มากมาย​ ​และ​กลิ่น​ไม่​เหม็น​
เป็น​สิ่งที่​ใจปรารถนา​ ​และ​  Taronga Zoo ​ก็มี​ให้​
ใจเห็นเต่ายักษ์อายุมากกว่า​ 100 ​ปี​
เห็นช้างของไทยมีชื่อมะลิ​ด้วย​ ​แต่ชื่อ​อื่น​จำ​ไม่​ได้​แต่​ไทยแท้​ ​ยืน​อยู่​ใน​คอกที่ทำ​ให้​ใหม่​
โดดเด่น​อยู่​กลางสวนสัตว์​ ​เบื้องหลัง​เป็น​ผืนน้ำ​กว้างสีฟ้าสวยงาม​
พนักงานที่พา​เราชมสวนสัตว์บอกว่า​  Taronga ​หมาย​ถึง​ ​วิวที่มองเห็นน้ำ​
นั่นแหละ​ ​เขา​เลยพูดเล่น​กัน​ว่าสวนสัตว์​แห่งนี้สัตว์ทุกตัว
มีวิวข้างหน้า​เป็น​ Sydney Harbor ​ฟัง​แล้ว​อดอิจฉา​เสีย​ไม่​ได้​

ใจ​ยัง​เห็นสัตว์อีกหลายประ​เภทก่อนที่​จะ​หยุดพักเหนื่อยชมการแสดงของนกของสวนสัตว์​แห่งนี้​
คือ​ ​อย่าคิดว่ามัน​เป็น​การแสดงนกธรรมดานะ​ ​แต่​ให้​คิดว่า​ ​เวลาคนที่นำ​การแสดงเรียก​



นกตัวไหนออกมา​จาก​รัง​แล้ว​มันตรงดิ่งมานี่สิ​ ​มันพิ​เศษตรงนี้​
หรือ​บอก​ให้​บินไปก็บินไป​ ​บินโฉบผ่านหัวคนดูก็​ยัง​บินอีก​....
นี่​แหละ​ ​เขา​เรียกการแสดงอย่างแท้จริง​ ​สงสัยแต่ก็​เข้า​ใจ
เพราะ​ฝึกฝน​และ​เชื่อใจว่า​จะ​ได้​กินอาหารหลัง​จาก​ที่ทำ​แต่ละอย่างที่สั่ง
นั่นคือสิ่งที่สวนสัตว์​แห่งนี้ตั้งใจทำ​ ​และ​เขา​ก็ทำ​มัน​ได้​ดี​ ... ​เพราะ​ใจชอบการแสดงนี้​

3

สวนสัตว์ที่กว้างขวาง​ ​ไม่​ได้​ทำ​ให้​เรา​เหน็ดเหนื่อย​
แถมขากลับ​ยัง​ได้​ชมวิวด้านบนของสวน

สัตว์​ ​เพราะ​เรานั่งกระ​เช้า​ลงมามา​ยัง​ท่า​เรือเฟอรี่ที่​อยู่​ด้านล่างของสวนสัตว์​ด้วย​

เรานั่งเรือเฟอรี่​เพียง​ไม่​กี่นาทีก็มา​ถึง​ที่หมาย​ ​เรียกแท็กซี่กลับโรงแรม​
อาบน้ำ​แต่งตัว​ ​และ​แอบงีบไปพัก​ใหญ่​ ​ก่อน​ถึง​เวลานัดหมาย​ด้วย​การไปดินเนอร์​ใน​ร้านอาหาร​
Icebergs Dining Room & Bar ​ที่​เขา​บอกว่า​ "ดัง" ​ที่สุด​ใน​ซิดนีย์ขณะนี้​

ที่ว่าดัง​ ​ไม่​ใช่​เพราะ​เขา​เปิดเสียงเพลงดัง​
แต่หมาย​ถึง​ความ​ดัง​ใน​แง่ของชื่อเสียงของทางร้านต่างหาก​
อาหารดี​ ​ดนตรี​เพราะ​ ​มันช่างเหมาะ​ไปเสียหมด​

วันนี้ที่ซิดนีย์​ไม่​หนักไปนักสำ​หรับใจ​
รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุดเมื่อเทียบ​กับ​อีกหลายเมืองที่ผ่านมา​
แม้วันนี้ทำ​อะ​ไรที่ค่อนข้างขัดแย้ง​กัน​อยู่​บ้าง​

เช้า​ไปปีนสะพาน​ ​บ่ายไปสวนสัตว์​ ​อารมณ์มันคนละ​แบบ​กัน​เสียจริง​ ​ๆ
แต่​ใจว่ามันดูลงตัว​ ​เมื่อมานั่งคิดว่าสนุก​กับ​มันมากแค่​ไหน​ .....

6 


พรุ่งนี้​ยัง​มี​โปรแกรมที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง​ ​ได้​เวลา​ไปอาบน้ำ​
แล้ว​เข้า​นอน​กัน​แล้ว​ ​พักผ่อนหย่อนใจ​
และ​หลับใหล​กับ​ราตรีที่ซิดนีย์​ ​ราตรีสวัสดิ์ค่ะ​

 

อ้อ​...​ลืมบอกไปว่า​ ​ช่วงที่​อยู่​ซิดนีย์นี่​ ​เป็น​ช่วงที่​ใจมี​เวลาว่างมากกว่าที่​อื่นๆ
คิด​ถึง​แม่​กับ​พ่อ​ ​และ​พี่สาว​เป็น​ที่สุด​ ​เลย​ไม่​รอช้าที่​จะ​โทรฯ​ ​กลับบ้าน
ทีมงานใจดี​ให้​โทรศัพท์ฟรี​โทรฯกลับบ้าน​ ​จริง​ ​ๆ​ใจเปิดบริการโรมมิ่งตั้งแต่ขามาที่สนามบิน

ลูกค้า​ 1 2 call ​สามารถ​ใช้​โทรศัพท์​ใน​ออสเตรเลีย​ได้​เลย
โดย​ไม่​ต้อง​เปลี่ยนโทรศัพท์​ ​เพราะ​ใช้​ระบบโทรศัพท์​เคลื่อนที่​เหมือน​กับ​เรา
การเปิด​ใช้​บริการโรมมิ่ง​ ​กด​ *125*1#​โทรออก​ ​เปิด​ได้​ทั้ง​ขณะ​อยู่​ประ​เทศไทย​และ​ต่างประ​เทศ
จะ​โทรกลับบ้าน​หรือ​โทร​ใน​ต่างแดน​ ​กด​ *131* ​ตาม​ด้วย​ ​รหัสประ​เทศ​
รหัสพื้นที่หมายเลขโทรศัพท์​# ​แล้ว​โทรออก​

ส่วน​จะ​เช็คยอดเงิน​ ​กด​ *121#​โทรออก​ ​ยอดเงิน​จะ​ปรากฏขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์
เลือกเติมเงินง่ายๆ​ ​ด้วย​ตัวเอง​ด้วย​บัตรเติมเงิน​ 1 2 call  ​แค่กด​ *120*
ตาม​ด้วย​ ​รหัสบัตรเติมเงิน​ # ​โทรออก​

แต่หากใครพกบัตรเติมเงินมา​ไม่​พอ​ ​ก็​ให้​เพื่อนเติมเงิน​ใส่​ให้​ได้​
เพียงแค่กด​ *126* ​รหัสประ​เทศไทยตาม​ด้วย​หมายเลขโทรศัพท์​เพื่อน​ # ​แล้ว​โทรออก​
เมื่อเพื่อน​ได้​รับ​ sms ​ว่า​เรา​ต้อง​การ​ให้​เติมเงิน​ให้​ ​เขา​ก็​จะ​เติมเงิน​ให้​เรา​จาก​เมืองไทย
และ​เราก็​จะ​ได้​รับ​ sms ​แจ้งยอดเงิน​ใหม่​ทันที​

ทำ​ไมมันสะดวกอะ​ไรเช่นนี้​....


 


 

T r a v e l A u s t r a l i a w i t h M S N T h a i l a n d

สนับสนุนโดย การท่องเที่ยวออสเตรเลีย
Loading...

Weather

Loading...
Loading...